สมาชิก
สมัครสมาชิก   l  ลืมรหัสผ่าน
ระบบติดตามข่าวสาร
 
 
 
document
submit
 
 ความเป็นมา  
 วิสัยทัศน์  
 หน้าที่  
 ความรับผิดชอบ  
 การบริหารสำนักงาน 
รายนามคณะกรรมการกลาง
พิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคน
- ชุดชีวการแพทย์
- ชุดสังคมศาสตร์ /
  พฤติกรรมศาสตร์
 ความเป็นมา
 รูปแบบการปฏิบัติงานเป็นอย่างไร ?
 
   ความเป็นมาของสำนักงานคณะกรรมการร่วมพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคนของประเทศไทย (CREC) คือ หน่วยงานกลางที่จัดตั้งขึ้น โดยการระดมความคิดจากกระทรวงสาธารณสุข และสถาบันต่างๆที่มีการพิจารณาการวิจัยทางคลินิก ซึ่งโครงการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับหลายสถาบัน จะมีขั้นตอนยุ่งยากและเสียเวลามากจึงได้มีการประชุมและมีข้อสรุปให้จัดตั้งสำนักงานฯ เพื่อพิจารณาโครงการวิจัยที่เป็นพหุสถาบันเพื่อให้โครงการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับหลายสถาบันสามารถเริ่มอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ  ไม่ซ้ำซ้อนสิ้นเปลืองทรัพยากรรวมทั้งพัฒนาศักยภาพกระบวนการพิจารณาการทำวิจัยในคนให้มีมาตรฐานสากลเป็นที่ยอมรับจากหน่วยงานต่างๆทั้งในและต่างประเทศ สำนักงานฯประกอบด้วย คณะกรรมการบริหารและคณะอนุกรรมการร่วมพิจารณาจริยธรรมการวิจัย  ซึ่งได้รับการคัดเลือกและเสนอชื่อมาจากหน่วยงาน/สถาบันที่ร่วมมือจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการร่วมพิจารณาจริยธรรมฯ

ประโยชน์ที่จะเกิดจากการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการกลางพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคน

   1. ช่วยลดขั้นตอนและการสูญเสียทรัพยากร โครงการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับหลายสถาบัน (Multi center) ปกติต้องยื่นโครงการต่อคณะกรรมการพิจารณางานวิจัยแต่ละสถาบันพิจารณา และแต่ละสถาบันมีขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติและมาตรฐานที่แตกต่างกัน จึงทำให้เกิดความสิ้นเปลืองทรัพยากรจำนวนมากและทำให้ผู้สนับสนุนการวิจัยอาจไปใช้บริการจากประเทศอื่น ที่มีการดำเนินการที่มีประสิทธิภาพกว่า การที่มีคณะกรรมการร่วมพิจารณาจริยธรรมฯนี้ จะสามารถย่นระยะเวลาที่ใช้ในการอนุมัติโครงการได้ จะทำให้ประเทศไทยมีโอกาสดึงดูดทุนวิจัยเข้ามาในประเทศได้มากขึ้น

   2. ระดับสถาบันวิจัย ได้รับการพิจารณาสู่กระบวนการพิจารณาสู่ระดับมาตรฐาน สากล เนื่องจากคณะกรรมการร่วมพิจารณาจริยธรรมฯประกอบด้วย คณะกรรมการจริยธรรม จากสถาบันต่างๆ ที่ถูกคัดเลือกและเสนอชื่อมาเป็นกรรมการกลาง บุคคลเหล่านี้จะได้รับการพัฒนา เพื่อให้สามารถพิจารณาในมาตรฐานระดับสากลร่วมกัน และจะสามารถรับพิจารณางานวิจัยอื่นๆ ที่เข้าสู่สถาบันโดยตรงและ/หรือโครงการที่มิใช่ หลายสถาบันเพิ่มขึ้น โดยทางสถาบัน ยังได้รับค่าธรรมเนียมในการพิจารณาโครงการวิจัยตามที่กำหนดไว้เดิม อนึ่ง หากคณะกรรมการจริยธรรมของสถาบันมีกรณีสงสัยใดๆ ในระหว่างการพิจารณาหรือ ภายหลังการพิจารณาของคณะกรรมการร่วมฯ ทางคณะกรรมการจริยธรรมของสถาบันยังมีสิทธิในการขอดูรายละเอียดและสามารถร้องขอพิจารณาโครงการนั้นๆเองได้ ตามสมควร

   3. สร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้สนับสนุน ( Sponsor ) เนื่องจากในการยื่นโครงการผ่านคณะกรรมการกลางพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในคนจะประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้มาก ผู้สนับสนุนสามารถเริ่มโครงการได้เร็วแข่งขันกับนานาประเทศได้

   4.  สร้างโอกาสให้กับนักวิจัยไทย การจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการร่วมฯ ดังกล่าวจะเน้นการพิจารณางานวิจัยที่เป็นพหุสถาบัน หากงานวิจัยนั้นๆผ่านการพิจารณาอนุมัติสามารถเพิ่มงานวิจัย ให้กับสถาบันที่เป็นสมาชิกของสำนักงานคณะกรรมการฯ ซึ่งเน้นการดึงงานวิจัยจากต่างประเทศเข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่มต่างๆในประเทศ ดังนั้นจึงจะต้องมีมาตรฐาน สากลที่เป็นที่ยอมรับ จะทำให้นักวิจัยได้พัฒนามาตรฐานการปฏิบัติงานให้เป็นสากลมากขึ้น และเมื่อได้มาตรฐานสากลก็จะมีงานวิจัยต่างๆเพิ่ม เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
   นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างโอกาสให้กับผู้ป่วย การที่มีสำนักงานคณะกรรมการร่วมฯจะมีงานวิจัยใหม่ๆเข้ามามากขึ้น ผู้ป่วยที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับสิทธิในการเข้าร่วมโครงการ และสิทธิพิเศษในการใช้ยาที่จะค้นพบใหม่โดยรวดเร็ว และมีโอกาสหรือมีทางเลือกในการรักษาเพิ่มขึ้น

  รูปแบบการปฏิบัติงาน เป็นอย่างไร?
 
แผนงานในการดำเนินงานจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการร่วมพิจารณา จริยธรรมการวิจัยในคนในประเทศไทย มีดังนี้

  กิจกรรม ข้อสรุป/ผลที่ได้รับ วันที่ดำเนินการ
1. ประชุมระดมความคิดเห็นในการพัฒนาคณะกรรมการจริยธรรมโดยมีประชุมต่อเนื่อง 3 ครั้ง โดยมีกระทรวงสาธารณสุขและสถาบันต่างๆเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น เสนอให้มีหน่วยงานกลางในการพิจารณาโครงการวิจัย ที่เป็น พหุสถาบัน เพื่อลดความซ้ำซ้อน
22 สิงหาคม 2548
16 มีนาคม 2549
21 เมษายน 2549
2.

ปลัดกระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้งคณะ กรรมการพัฒนาระบบความร่วมมือระหว่างสถาบันในการพิจารณาด้านจริยธรรมการวิจัยทางคลินิกของประเทศไทย

คำสั่งกระทรวงสาธารณสุขที่ 473 / 2549 16 พฤษภาคม 2549
3.

จัดพิธีลงนามความร่วมมือในการจัดตั้งสำนักงานคณะกรรมการร่วมฯ

มีหน่วยงานและสถาบันต่างๆร่วมลงนาม จำนวน 14 หน่วยงาน/สถาบัน

25 กรกฎาคม 2549
4.

คณะกรรมการพัฒนาระบบความร่วมมือฯ แต่งตั้งอนุกรรมการร่างวิธีดำเนินการมาตรฐาน ( SOP )

(ร่าง)วิธีดำเนินการมาตรฐาน (SOP) 9 สิงหาคม 2549
5. ส่งร่างวิธีดำเนินการมาตรฐาน ( SOP ) ให้แต่ละหน่วยงาน/สถาบันร่วมลงนาม นำเสนอให้แต่ละสถาบันที่ลงนามความร่วมมือ รวมถึงหน่วยงานอื่นที่มีคณะกรรมการพิจารณาจริยธรรมร่วมพิจารณา 25 สิงหาคม 2549
6. คณะอนุกรรมการร่างวิธีดำเนินการมาตรฐาน ปรับแก้(ร่าง)วิธีดำเนินการมาตรฐาน (ร่าง)วิธีดำเนินการมาตรฐาน (SOP) ที่ได้รับการปรับแก้ไข 10-25 กย. 2549
7. นัดประชุมคณะทำงานพัฒนาระบบความร่วมมือฯและผู้แทนแต่ละสถาบัน/หน่วยงานพิจารณา (ร่าง)วิธีดำเนินการมาตรฐาน (SOP) ที่ได้รับการปรับแก้แล้ว คู่มือ วิธีดำเนินการมาตรฐาน (SOP) ของสำนักงานคณะกรรมการร่วมพิจารณา จริยธรรมการวิจัยในคนในประเทศไทย 6 ตุลาคม 2549
8.

ให้แต่ละหน่วยงาน/สถาบันส่งผู้แทน สถาบันละ 5 คนเพื่อคัดเลือกคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริหาร
คณะกรรมการพิจารณาจริยธรรม

20 ต.ค.-
6 พ.ย.. 2549
9. ประชุมคัดเลือกคณะกรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการร่วมและพิจารณาวิธีดำเนินการมาตรฐาน

คณะกรรมการบริหาร
สำนักงานคณะกรรมการร่วมฯ
ที่ประชุมมีมติ ให้ตั้งคณะทำงาน 1 คณะ เพื่อทำหน้าที่
- กำหนดรูปแบบการบริหาร
- สรรหาคณะกรรมการ
- ร่างวิธีดำเนินการมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการร่วมฯ

14 พ.ย. 2549
10.

ประชุมคณะกรรมการทำงาน ประกอบด้วย
1. ศ.นพ.เอนก วารีพรรค
2. นพ.ปกรณ์ ศิริยง
3. รศ.นพ.จักรชัย จึงธีรพา นิช
4. รศ.โสภิต ธรรมอารี
5. รศ.นิมิต มรกต
6. รศ.พญ.ธาดา สืบหลินวงศ์
7 . พันตรีประชา ธรรมโชติ

จัดทำและพิจารณาร่างข้อบังคับ มูลนิธิส่งเสริมการศึกษาวิจัยในคนในประเทศไทย 1 ธันวาคม 2549
11.

ประชุมพิจารณาร่างข้อบังคับโดยมีประธานคณะกรรมการจริยธรรมและเลขาฯของสถาบันต่าง ๆ ดังนี้ คณะแพทยศาสตร์ จาก
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- รามาธิบดี
- มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- มหาวิทยาลัยนเรศวร
- มหาวิทยาลัยรังสิต(รพ.ราชวิถี)
- มหาวิทยาลัยขอนแก่น
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- คณะเวชศาสตร์เขตร้อน
- กรมการแพทย ์ , กรมสุขภาพจิต , สำนักปลัด กระทรวงสาธารณสุข
- วิทยาลัยแพทยศาสตร์
- กรุงเทพมหานครและวชิรพยาบาล

ได้ข้อสรุปร่างข้อบังคับมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาวิจัยในคนในประเทศไทย 1 4 ธันวาคม 2549
12. จัดทำบันทึกข้อตกลง ลงนามความร่วมมือให้ผู้มีอำนาจของแต่ละสถาบันลงนาม   31 ธ.ค. 2549
13. จัดทำ Website ของสำนักงานคณะกรรมการร่วมฯ เพื่อความสะดวกในการติดต่อประสานงานระหว่างคณะกรรมการฯ และประชาสัมพันธ์การดำเนินงาน Website 31 ธ.ค. 49 -
20 ก.พ. 50
14.

รับพิจารณาโครงการฯ

  มีนาคม 2550
15.

ประชุมคณะกรรมการฯ

  หลังเริ่ม 3 เดือน
16.

ขอรับการสำรวจ ( Survey )
TDR/WHO

  ปลายปี 2550

  ข้อบังคับ มูลนิธิ CREC
     ดาวน์โหลดไฟล์ กดที่นี้

 top   
หน้าแรก  l  แผนผังเว็บไซต์  l  ติดต่อ
Copyright © 2007-2014. All right reserved.Joint Research Ethics Committees